แนวทางต่อเติมบ้านให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แนะนำการต่อเติมบ้านสมัยใหม่ด้วยแนวคิดประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แนวทางต่อเติมบ้านให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การต่อเติมบ้านในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม หรือ พื้นที่ใช้สอยอีกต่อไป แต่ได้พัฒนาไปสู่แนวคิดที่รวมการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด การลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม และ การคำนึงถึงสุขภาพของผู้อยู่อาศัย บ้านยุคใหม่จึงต้องตอบโจทย์ทั้ง “ประหยัดพลังงาน” และ “เป็นมิตรกับธรรมชาติ” ไปพร้อมกัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาคุณเจาะลึกแนวทางต่อเติมบ้านแบบเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกวัสดุ โครงสร้าง การจัดวางพื้นที่ ไปจนถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ช่วยทำให้บ้านอยู่สบายขึ้น ประหยัดเงินในระยะยาว และ สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

ทำไมการต่อเติมบ้านแบบประหยัดพลังงานจึงสำคัญในยุคนี้

ก่อนเข้าสู่รายละเอียด วิธีคิดของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ที่เน้นคุณภาพชีวิต สุขภาพ และ ความยั่งยืนมากขึ้น สาเหตุหลักมีดังนี้

1.ค่าไฟ และ ค่าน้ำประปาสูงขึ้นทุกปี

การใช้เครื่องปรับอากาศทั้งวัน จะทำให้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย จะทำให้ค่าสาธารณูปโภคเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ้านที่ไม่ได้ออกแบบให้ประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้นมักต้องต่อเติมบ้านใช้งบเพิ่มเติมสูง ในภายหลัง

2.สภาพอากาศร้อนขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนอย่างชัดเจน ฤดูร้อนยาวนานขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น การต่อเติมบ้านให้เย็นตามธรรมชาติจึงมีความสำคัญมาก

3.แนวคิดความยั่งยืน และ การรักษ์โลก

ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุรีไซเคิล วัสดุคาร์บอนต่ำ และ เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน การต่อเติมบ้านแบบ Eco-Friendly จึงตอบโจทย์ทั้งความสบายใจ และ ภาพลักษณ์ที่ดีของเจ้าของบ้านด้วย

หลักการ “บ้านประหยัดพลังงาน” ที่ควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน

เมื่อวางแผนต่อเติมบ้านให้ตอบโจทย์ความยั่งยืน ควรเข้าใจหลักการพื้นฐานเหล่านี้เพื่อให้การออกแบบและ ก่อสร้างมีทิศทางที่ถูกต้อง

1.การควบคุมความร้อน (Thermal Control)

โดยความร้อนนั้นจะเข้าสู่บ้านจาก 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ หลังคา 40–50% , ผนัง 30–40% และ หน้าต่าง 10–20% ทำให้การต่อเติมควรเน้นในการรับแดด เพิ่มการระบายอากาศ และ ใช้ฉนวนช่วยลดความร้อน

2.การใช้แสงธรรมชาติ (Daylight)

การปล่อยให้แสงจากธรรมชาติเข้ามากพอ จะช่วยลดการเปิดไฟในตอนกลางวัน รวมถึงให้ความรู้สึกโปร่ง สะอาด และ สุขภาพดี

3.การระบายอากาศแบบ “ลมไหลผ่าน”

การจัดผังห้อง ช่องลม และ หน้าต่างจะให้ลมสามารถไหลเข้า–ออกได้ จึงทำให้บ้านเย็นขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอร์มากนัก

4.การเลือกวัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOC)

วัสดุทั่วไปมักปล่อยสาร VOCs ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเลือกวัสดุปลอดสาร เช่น สีปลอดสารพิษ ไม้อัดปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ จะช่วยให้บ้านปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยมากขึ้น

5.การใช้พลังงานทดแทน

การเลือกใช้เทคโนโลยีทดแทน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ , เครื่องทำน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์ และ ระบบเก็บน้ำฝน จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่ต้องการความยั่งยืนมากขึ้น

แนวทางต่อเติมบ้าน “หลังคาบ้าน” ให้ประหยัดพลังงาน

หลังคาเป็นจุดรับความร้อนได้มากที่สุดของบ้าน การต่อเติมหลังคาให้ถูกวิธีจะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้อย่างมาก

1.ติดตั้งฉนวนกันความร้อน

วัสดุที่นิยมที่เป็นฉนวนกันความร้อน ได้แก่ ฉนวนใยแก้ว , ฉนวนพียูโฟม , ฉนวนเซรามิก และ ฉนวนเยื่อกระดาษรีไซเคิล (Cellulose) ซึ่งฉนวนจะช่วยกันความร้อนได้ถึง 30–50% เลยทีเดียว

2.เลือกสีหลังคาแบบ “สีอ่อนสะท้อนความร้อน”

การเลือกหลังคาสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสงแดด ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้น้อยลง

3.ทำหลังคา 2 ชั้น (Double Roof)

การทำหลังคาชั้นบนกันแดด กับหลังคาชั้นล่างเป็นโครงสร้างบ้าน จะช่วยลดอุณหภูมิได้มากถึง 5–7 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว

4.ติดตั้งช่องระบายอากาศหลังคา (Roof Vent)

นั้นจะช่วยให้ลมร้อนใต้หลังคาถูกระบายออก จึงทำให้ช่วยลดความร้อนสะสมในบ้านได้

แนวทางต่อเติม “ผนังบ้าน” ให้ช่วยประหยัดพลังงาน

ผนังบ้านเป็นจุดที่ความร้อนสามารถแทรกเข้ามาได้มากเช่นกัน การต่อเติมควรเน้นทั้งการกันแดด และการเพิ่มฉนวน เช่น

1.เสริมฉนวนในผนัง (Wall Insulation)

วัสดุที่เหมาะสม ได้แก่ ฉนวนใยแก้ว , แผ่นโฟม XPS , โฟม PU Injected หรือผนัง 2 ชั้น (Double Wall) ที่ช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้มาก

2.ใช้ผนังกันร้อน เช่น EPS Sandwich Panel

นั้นจะเหมาะกับการต่อเติมครัว ปรับห้องใหม่ หรือ สร้างห้องเพิ่มนอกตัวบ้าน

3.ติดกันสาด หรือระแนงเพื่อบังแดด

จะช่วยในการป้องกันแสงตรงที่ผนังด้านทิศตะวันตกจึงช่วยลดความร้อนได้มาก

4.ใช้สีทาภายนอกสูตรสะท้อนความร้อน

สีสะท้อนความร้อนจะช่วยลดความร้อนสะสมที่ผนังลงได้ถึง 3–5 องศาเซลเซียส

แนวทางจัดการ “ลมและอากาศภายในบ้าน” ให้ไหลเวียนดี

หากบ้านที่ได้รับการต่อเติมบ้านได้เหมาะสมจะทำให้ลมไหลเวียนได้ดีทำให้บ้านเย็นขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้ามาก เช่น

1.จัดตำแหน่งห้องให้ลมไหลผ่าน

อาศัยหลักการ “ช่องลมเข้าใหญ่ ช่องลมออกเล็ก” เพื่อเพิ่มแรงลมตามธรรมชาติ

2.สกายไลท์ระบายอากาศ (Ventilated Skylight)

จะช่วยดึงอากาศร้อนให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติแล้วระบายออก

3.ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ

การติดตั้งพัดลมจะเหมาะสำหรับ ห้องครัว , ห้องน้ำ และ ส่วนต่อเติมที่อากาศค้าง เพื่อลดความชื้น และป้องกันเชื้อราได้อีกด้วย

โดยการต่อเติมบ้านแบบประหยัดพลังงาน = อยู่สบาย ประหยัดเงิน และดีต่อโลก ซึ่งการต่อเติมบ้านให้ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็น “การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว” เพราะช่วยให้คุณ ลดค่าไฟ, เพิ่มคุณภาพชีวิต, ลดความร้อนในบ้าน, ใช้วัสดุปลอดภัยต่อสุขภาพ , ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านในอนาคตอีกด้วย การวางแผนต่อเติมบ้านที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณได้บ้านที่ “อยู่สบายกว่า ประหยัดกว่า และยั่งยืนกว่าเดิม” อย่างแท้จริง

ดังนั้นหากสนใจต่อเติมบ้านในแนวคิดประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราขอแนะนำผู้เชี่ยวชาญจาก Varancahya จำกัด รับรีโนเวทบ้าน ต่อเติมบ้าน รวมตั้งแต่เขียนแบบ - ออกแบบ พร้อมสร้างจริงและควบคุมโดยสมบูรณ์ จบงานเจ้าเดียว (รับผิดชอบ - ซื่อสัตย์ - จริงใจ - ไม่ทิ้งงาน) พร้อมประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เราสามารถควบคุมคุณภาพงานได้ในทุกขั้นตอนจนแล้วเสร็จผลงานคุณภาพการันตี ยืนยันความเป็นมืออาชีพ สามารถผลิตเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินตามแบบ ส่งงานตรงเวลา สามารถเช็คสถานะงานได้ตลอดเวลา เหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง จึงมั่นใจว่าจะได้การออกแบบที่สมบูรณ์นั้นเอง

 


 ติดต่อสอบถาม VARANCHAYA

8/31 หมู่ที่ 3 ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
Email : grudecor.new@gmail.com | Phone : 086-365-9998